Movie Player
ให้คะแนนหนังเรื่องนี้
แสดงความคิดเห็น
The One Ticket ตัวพ่อเรียกพ่อ
เรื่อง: The One Ticket ตัวพ่อเรียกพ่อ
อัพเดต: 24-10-2015
ประเภท: หนังไทย
ดูฟรี: FREE MOVIE
ผู้ชม: 941
รายละเอียด:

ประเด็นน่ารู้ภาพยนตร์เรื่อง The One Ticket ตัวพ่อเรียกพ่อ ที่นำมาให้อ่านกันวันนี้ สรุปย่อเรื่องราว แทบจะปล่อยเลยไปแล้วสำหรับภาพยนตร์เรื่องนี้ แต่ก็เพราะว่าทางรอบตัวทั้งจากคนรุ้จักและสื่อบางส่วน ที่ค่อนข้างนิยมชมชอบกันพอสมควรนี่หละ เมื่อไปรับชมก็พบว่าตัวงานโอเคกว่าที่คิดไว้ เนื่องจากต้องยอมรับว่าภาพรวมของภาพยนตร์ไทยในทางปี 2557 ค่อนข้างน่าผิดหวัง ไหนยังจะเข็ดหลาบกับ “ฤดูที่ฉันเหงา” ผลงานเก่าของ “แดน วรเวช” ที่เคยยกให้เป็นหนังสุดยี้แห่งปีอีกเล่า ดังนั้นคงไม่แปลกถ้า “The One Ticket ตัวพ่อ..เรียกพ่อ” ที่เป็นการกำกับครั้งแรกของ ” ณภัทร ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา” จะยิ่งไม่น่าคาดหวังหนักเข้าไปใหญ่?!!.

 

ช่วงเกริ่นก็ดูจะเป็นอย่างนั้นนิดๆ เพราะภาพยนตร์ค่อน ข้างปั้นแต่งมาก ไม่ว่าจะกลวิธีในการนำเสนอ โลเคชั่นถ่ายทำ และการวางคาแร็กเตอร์ ทุกอย่างค่อนข้างล้นจนเฝือ ด้านของมุกตลกโปกฮาก็ไม่ค่อยเข้าเป้าเท่าไหร่ ส่วนใหญ่เป็นมุกจากแอ็กติ้งที่พยามแสดงความเห่ยและน่าสมเพชของตัวละคร “โป้ง” มองในแง่ดีมันก็ช่วยสร้างความแจ่มแจ้ง ในคาแร็กเตอร์ของพ่อที่อุปนิสัยไม่ได้เรื่อง(จนเกือบๆน่ารังเกียจ) รวมถึงผลักดันอารมณ์พาร์ทดราม่าในตอนท้ายได้ดี จากความรุ้สึกเห็นใจและอยากเอาใจช่วยของผุ้ชม ดังนั้นความเพลิดเพลินในงานนี้ปฏิเสธไม่ได้ว่ามาจากมุกแนวน่ารักๆมากกว่า โดยเฉพาะทุกฉากของลูกสาว “ป. ปลา” ก็สามารถตรึงคนดูกับความสดใสและเฉลียวฉลาดได้ชงักจริงๆ ซึ่งหนังถ่ายทอดความสัมพันธ์ระหว่างพ่อ-ลูก ได้คล้ายการอยู่ร่วมกันแบบรูมเมท (อย่างที่ตัวละครนึงเอ่ยออกมา) ทั้งที่อาจเป็นแค่ความเคยชินในแต่ละวัน ที่สามารถเกิดกับครอบครัวไหนก็ได้ที่มีพ่ออายุยังน้อย ทว่าการแสวงหาตั๋วคอนเสิร์ตกลับกลายเป็นจุดเริ่มแรก ในการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในชีวิต ตลอดจนการเข้ามาของสาวสวยอย่าง “ณฐา” ที่เป็นทั้งสะพานเชื่อมทั้งสองให้ได้ใกล้ชิดกันมากขึ้น และเป็นจุดหักเหในไคล์แม็กซ์ที่แม้จะทำออกมาได้เซอร์ไพร์ส ทั้งเชิงอารมณ์และเหตุผลสำเร็จก็จริง แต่เกี่ยวกับผุ้ชมที่ช่างวิเคราะห์และสังเกต ก็จะพบว่าฉากต้นเรื่องเจตนาหลอกล่อเกินไป จนเกิดความไม่สอดคล้องระหว่างเนื้อหาที่เฉลยกับแอ็กติ้ง (โรแมนซ์-คอมเมดี้) ในลักษณะรักแรกพบของตัวละคร แต่ถ้าไม่คิดอะไรในจุดนี้ก็ถือว่าไม่ได้เสียหายอะไรมาก!!

ด้านการกำกับของ “ปอย-ณภัทร” ถือว่าสอบเลยไปเยอะสำหรับหนังเรื่องแรก หลังสั่งสมประสบการณ์จากการเป็นผุ้ช่วยผุ้กำกับมาหลายปี ทั้งงานละคร ซีรีส์ และภาพยนตร์ มีไอเดียในการเล่าเรื่องในระดับน่านิยมชมชอบ ทั้งที่องค์แรกบทหนังแทบจะด้านๆอยุ่เหมือนกัน (ก็เพราะว่ามุกน่าหัวเราะไม่ครีเอทเท่าไหร่) แต่ก็ยังใส่ใจรายละเอียดในการถ่ายทำ และสื่อพัฒนาการของตัวละครจนน่าติดตาม องค์หลังมันจึงขับเน้นอารมณ์ร่วมได้ผลขึ้นเรื่อยๆ จากการผสมผสานดราม่าเข้ากับคอมเมดี้ได้ลงตัว.. ด้านนักแสดงนำที่แบกภาพยนตร์ทั้งเรื่องอย่าง “แดน-วรเวช” ก็มีปัญหาช่วงต้นที่ใส่แอ็กติ้งคอมเมดี้ล้นๆมากไป แต่ครึ่งหลังที่เน้นดราม่ากลับทำได้พอเหมาะพอดีมากกว่า จนน่าจะเป็นการแสดงที่ดีสุดของเจ้าตัวได้เลย, “ยูเค-ณัฐธยาน์” แจ้งเกิดอย่างแรงไปแล้วในใจผุ้ได้รับชมทุกคน เป็นข้อดีลำดับต้นๆในการได้ตัวเธอมาอยู่ในโปรเจ็คนี้ (ส่วนหนึ่งเนื่องจาก แดน-วรเวช เคยร่วมงานกัน) บทบาทเหมือนจะไม่ยากแต่เล่นให้เป็นธรรมชาติแบบที่เห็น ก็ไม่ใช่เด็กทุกคนที่ทำได้ง่ายดายแน่นอน, “นิว-ปทิตตา อัธยาตมวิทยา” เข้ามาเสริมในพาร์ทโรแมนซ์(และดราม่า)ได้ดี เป็นอีกตัวละครที่ถูกใช้สอยได้เป็นประโยชน์กับตัวภาพยนตร์มากทีเดียว

สรุปด้วยความที่ภาพยนตร์ไทยมีพล็อตทำนองนี้น้อยมาก พล็อตและโครงเรื่องหลักของงานนี้ถ้าตัดคอมดี้ออกไป มันให้รุ้สึกคล้ายรุปแบบของหนังญี่ปุ่นแนวครอบครัวที่ทำกันบ่อยๆนี่หละ ซึ่งผุ้สร้างก็ดูจะแสดงตัวยอมรับกลายๆ ด้วยการนำสัญลักษณ์บางอย่างมาใส่ไว้ในและหน้าหนังซะเลย.. งานนี้คุณภาพโดยรวมอาจไม่ได้เข้าขั้นยอดเยี่ยม แต่ในความเป็นภาพยนตร์ตลาดที่รับชมง่าย มีสาระประโยชน์ และอารมณ์ครบครัน (แม้คอมเมดี้จะธรรมดาไปสักหน่อย) อย่างไรเสียนี่ก็เป็นหนึ่งในผลงานภาพยนตร์ไทย ที่น่าให้กำลังใจและน่าให้ใจที่สุดในปี 2557 แน่นอน.. อ่อ หรือจะนับรวมหนังไทยปี 2558 ด้วยก็ยังน่าจะไหวอยุ่นะ ^^


หนังออนไลน์ หนังใหม่ๆ หนังโป๊ 20+ หนัง VIP
8 SQL Queries.